วันพุธ, มิถุนายน 10, 2009

New Volkswagen Pickup



นานๆ จะเห็นรถกระบะจากค่ายนี้ Volkswagen รุ่น Amarok ซึ่งมาจากชื่อสายพันธ์ของหมาป่า ฟังแล้วดูดุดันและเท่ห์อยู่ในตัว ทาง VW ได้กล่าวในงานเปิดตัวเพิ่มเติมว่า Amarok ยังสามารถสื่อความหมายอีกนัยนึงได้ว่า "กรูรักภูผา" ในภาษาโรมันอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเลงรถกระบะ

วันอังคาร, พฤษภาคม 26, 2009

พี่น้องเชฟวี่แต่งซิ่ง


วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 7, 2009

coolest truck ever!

ยาง Nitto นี่โหดจิ งๆ

Snow Terrain

ทำไม ถึงต้องใช้ระบบ 4x4 เป็นระยะ





ทำไม ถึงต้องใช้ระบบ 4x4 เป็นระยะ

มีใครบ้างไหมที่ซื้อรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาแล้วไม่เคยใช้ระบบ “ขับสี่” เลยแม้แต่ครั้งเดียว เชื่อเถอะว่าต้องมีแน่ๆ เพราะชีวิตร้อยทั้งร้อยวิ่งอยู่แต่บนทางดำเท่านั้น แต่ที่ออกรถ 4x4 มาก็เพราะว่าอยากตามสมัย เห็นเขานิยมกันก็เลยตาม แห่ไปซื้อกับเค้าบ้าง พวกที่ขับไม่ได้ ใช้ไม่เป็นก็มีอยู่เยอะ บางคนยังคิดว่าไม่ใช้ก็ดี เพราะไม่มีทางเสียแต่กลับไม่รู้ว่านั่นเป็นการทำลายระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างไม่รู้ตัว
ไม่ว่าจะเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบตรวจการณ์หรือกระบะ 4x4 จะเป็นแบบ Full Time หรือ Part Time ก็ตาม เป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องพยายามหาทางใช้การขับเคลื่อนสี่ล้อบ้างเมื่อมีโอกาส ตามหลักสากลแล้วเขาบอกให้ใช้ อย่างน้อยประมาณ 20 กม. ต่อเดือน แต่ในสถานการณ์จริงแค่เดือนละครั้งเอาไปวิ่งให้มีการทำงานบ้างก็ยังดีกว่าไม่ใช้มันเลย ทั้งนี้เนื่องมาจากว่าการทำงานของระบบจะเป็นตัวที่ทำให้ชิ้นส่วนภายในมีการเคลื่อนไหวและได้ รับการหล่อลื่น สำหรับพวก SUV แบบ Full Time ซึ่งถ่ายทอดกำลังอัตโนมัติยังพอมีโอกาสให้ล้อทั้งสี่ได้ออกกำลังบ้าง แต่พวก Part Time ซึ่งมักเป็นกลุ่มกระบะเป็นส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้ใช้งานเลย เมื่อชิ้นส่วนภายใน ไม่ว่าจะเป็นเฟืองท้าย (ลูกหน้า) หรือ ระบบล็อคเพลาขับล้อหน้าไม่มีการทำงานเป็นเวลานานมากเข้าก็จะเกิดการติดขัดเฟืองท้ายเกิดเป็นตามด เกิดสนิมกับชิ้นส่วนหรือเศษดินโคลน ความสกปรกเข้าไปก่อความเสียหายในระบบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไม่คาดฝัน เฟืองท้ายรถรุ่นใหม่หรือตัวออโตล็อคฮับก็ไม่ใช่ถูกๆ รถหลายคันเลยเปลี่ยนมาเล่นกับแมนน่วนฮับแทน แต่ก็ยังต้องหมั่นทำความสะอาดและหล่อลื่นใช้งานบ้างอยู่ดี
ในกลุ่มรถ “ขับเคลื่อนสี่ล้อ” ที่เป็น SUV แบบ Full Time จะมีการแบ่งกำลังขับไปยังล้อหน้ากับล้อหลังในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งสัมพันธ์กับแรงเสียดทานระหว่างล้อกับผิวถนนโดยอัตโนมัติ รถ SUV บางคันก็เป็นขับสี่ แบบ “ไม่แท้” หรือ “Real Time 4WD” คือขับล้อหน้าแบบเพียวๆ พอเวลาเข้าโค้ง ทางเปียกลื่น เกิดอาการล้อฟรีสลิป เมื่อไหร่ค่อยกระจายแรงขับไปช่วยที่ล้อหลังอันนี้ก็เป็นขับสี่อีกแบบหนึ่ง แต่กลับกลุ่ม Part Time ซึ่งปัจจุบันมีเห็นทั้งแบบปรับได้ด้วย “ปุ่มกด” หรือ “ลูกบิด” และแบบตั้งเดิมทีเป็น “คันเกียร์” ตลอดจน SUV ทันสมัยที่เดี๋ยวนี้นอกจากขับสี่แบบ Auto แล้วยังสามารถ “ล็อค” ให้ตะกายสี่ล้อแบบตลอดเวลาเหมือน Part Time ซึ่งมีจุดทรานสเฟอร์เกียร์แบบ H (High) และ L (Low) ให้ใช้งานพวกหลังนี่ควรจะให้ความสำคัญกับการใช้ระบบขับเคลื่อนมากขึ้น
อย่างที่รู้กันว่าเดี๋ยวนี้การปรับการขับเคลื่อนจากสองล้อ (2 H) เป็นสี่ล้อ 4H (High) สามารถทำได้โดยไม่ต้องหยุดรถอันเป็นลักษณะ Shift-on-the-Fly ด้วยความเร็วที่ไม่สูงเกินกำหนดจากโรงงานไม่ว่าจะเป็นการกด การบิด หรือการยัดเกียร์ ทรานสเฟอร์ ในเกียร์ขับสี่ความเร็วสูงนี้จะทำให้การขับขี่มีความมั่นคงกว่าในทางเปียกลื่น ทางโค้ง ขรุขระ เนินชัน หรือดินโคลนที่ไม่วิบากนักและเมื่อจำเป็นต้องใช้กำลังสูงเพื่อปีนไต่ทางชัน หรือทางดินโคลนอันเป็นทางวิบากยิ่งขึ้น ก็จะต้อง “หยุดรถ” เพื่อเปลี่ยนเกียร์ทรานสเผอร์เป็น 4 L (Low) และเคลื่อนตัวเดินหน้าประมาณ 1 เมตร เพื่อให้ Auto Lock Hub จับตัวเสียก่อน เกียร์นี้ไม่ควรใช้ความเร็วในการขับเคลื่อน และเมื่อเลิกการใช้งานก็ปรับเปลี่ยนเกียร์หลังเพื่อปลดล็อคล้อหน้า ส่วนรถที่ใช้แมนน่วลฮับต้องหมุนบิดที่ตัวล็อคเอาเองก่อนการขยับถอยหลัง
ทั้งหมดนี้จำเป็นอย่างที่ผู้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ต้องศึกษาจากคู่มือประจำรถ” เพื่อการปฎิบัติที่ถูกต้อง วันหยุดหรือวันว่างครั้งต่อไปก็เอารถไปออกกำลัง “ขับสี่” กันบ้าง อาศัยเส้นทางลูกรัง กรวดหิน ทราย หรือทางที่กำลังก่อสร้างก็ได้ แล้วจะได้สัมผัสการขับขี่ที่เปลี่ยนไปอีกลักษณะหนึ่ง ระบบการทำงานขับเคลื่อนสี่ล้อจะได้ทำงานและมีอายุยืนยาวขึ้น รวมทั้งยังเอาไปคุยได้อีกว่าซื้อรถ 4x4 มาก็เคยใช้งานแล้ว วุ้ย...!

เรียบง่าย ดุดี